 |
ห้องค้นคว้าทดลองของบ.น้ำปลาพิไชย
ในอดีต
การควบคุมคุณภาพน้ำปลาของบริษัท น้ำปลาพิไชย จำกัด ใช้ความสามารถ
ผนวกกับประสบการณ์ของบุคลากร แต่ปัจจุบันนี้ผู้บริโภคได้ให้ความสำคัญต่อคุณภาพของผลิตภัณฑ์ซึ่ง
ทางบริษัทได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ ดังกล่าว จึงได้มีการสร้างห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์์
ขึ้นมาใหม่เพื่อทำการตรวจสอบผลิตภัณฑ์ ให้อยู่ในระดับมาตรฐานและมีคุณภาพสูงสุด |
| การควบคุมคุณภาพผลิตภัณฑ์ของ บ.น้ำปลาพิไชย |
เพื่อให้ได้คุณภาพสูงสุด ทุกขั้นตอนในกระบวนการการผลิตต้องมีการตรวจสอบ
เพื่อให้ได้มาซึ่ง
ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามที่กำหนด ตั้งแต่ วัตถุดิบที่นำเข้ามา
ขั้นตอนการเคล้า
ปลากับเกลือ และ ขั้นตอนการหมักเป็นระยะเวลากว่า 12 เดือน จนถึงขั้นตอนการปรุงแต่งรสซึ่ง
ต้องมีการตรวจสอบเป็นขั้นตอน ดังนี้
|
- วัตถุดิบ (ปลากะตัก) จะมีการตรวจทางกายภาพ กลิ่น
สี ลักษณะเนื้อสัมผัส และตรวจ
วิเคราะห์ทางเคมีในห้องปฏิบัตการ เพื่อให้ได้วัตถุดิบที่เป็นไปตามมาตรฐานกำหนด
- กระบวนการการหมักน้ำปลา หลังจากนั้นปลาที่ได้ผ่านการตรวจสอบแล้ว
จะนำมาผสม
กับเกลือและถูกหมักโดยวิธีการทางธรรมชาตินานกว่า 12 เดือน
โดยจะมีการตรวจวิเคราะห์
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ทั้งปริมาณโปรตีน, ไนโตรเจนทั้งหมด,
ปริมาณเกลือ, ฮีสตามีน, pH, สี เป็นต้น โดยนำขึ้นมาวิเคราะห์เป็นระยะของการหมัก
- ขั้นตอนการกรอง น้ำปลาที่ได้จะผ่านการกรองที่มาตรฐานทางวิทยาศาสตร์ขนาด
3 ไม
ครอน 1 ไมครอน และ 0.8 ไมครอน ถึง 3 ขั้นตอน ซึ่งสามารถกรองจุลินทรีย์บางชนิดที่ไม่
ต้องการออกได้ ทำให้น้ำปลาของบริษัทฯ มีคุณภาพ โปรตีนสูง มีสีใส
สะอาด
- การปรุงรส จะไม่มีการเจือสี ไม่เติมผงชูรส และไม่ใส่สารกันบูด
ระหว่างที่ปรุงรสจะมีการ
ตรวจวิเคราะห์คุณภาพของน้ำปลาด้วยเช่นกัน เพื่อให้ได้น้ำปลาที่ตรงตามมาตรฐาน
- การบรรจุน้ำปลา จะใช้เครื่องจักรที่ทันสมัย ระหว่างการบรรจุในแต่ละไลน์ของการผลิต
จะมีการ QC ในจุดต่างๆ คือ ขวดก่อนใช้, การปนเปื้อนของน้ำปลา,
ความเรียบร้อยของ
ฉลาก ชิงค์ และฝาจุก จนกระทั่งบรรจุลงกล่อง
|
น้ำปลาแท้สามารถแบ่งได้ 3 ระดับคุณภาพ
ด้วยกัน
โดยใช้ปริมาณของโปรตีนที่มีอยู่ในน้ำปลา (Total Nitrogen) เป็นเกณฑ์
ดังนี้
ระดับคุณภาพชั้นที่ 1 เรียกว่า น้ำปลาเกรด เอ
ระดับคุณภาพชั้นที่ 2 เรียกว่า น้ำปลาเกรด บี
ระดับคุณภาพชั้นที่ 3 เรียกว่า น้ำปลาเกรด ซี
 |
 |
|
 |
|
| |
| |
|
|